สิงโดต รอขย้ำกรีซที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ประกาศเลือกสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสังเวียนรองรับการฟาดแข้งระหว่าง อังกฤษ กับกรีซ ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม 9 วันที่ 6 ต.ค.นี้

พอล บาร์เบอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของเอฟเอ กล่าวในงาน แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มี.ค.ว่า “เราพอใจมากที่จะได้น่าทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ กลับไปเล่นที่ แมนเชสเตอร์ อีกครั้ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด คือตัวเลือกอันดับต้นๆ มันเป็นสนามฟุตบอลที่วิเศษสุดเป็นที่ที่แฟนบอลจะได้รับบรรยากาศไม่เหมือนใคร” โอลด์ แทรฟฟอร์ด ใช้รองรับการฟาดแข้งของทีมสิงโตคำรามชุด ใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อ อังกฤษ แพ้ แอฟริกาใต้ 1-2 (เช็คราคาบอลจาก7mscorethai) ในนัดกระชับมิตร ซึ่งสนามแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆสนามที่ถูกเลือกใช้งานในเกมของทีมชาติแทน สนามเวมบลีย์ในช่วงที่เวมบลีย์อยู่ในระหว่างการบูรณะครั้งใหญ่ตลอด3 ปีข้างหน้า สนามวิลล่า ปาร์ค ในเมืองเบอร์มิงแฮมเพิ่งจะใช้จัดเกมอุ่นเครื่องที่ อังกฤษถล่ม สเปน 3-0 ไปเมื่อเดือน ก.พ. ขณะที่สนาม แอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล ก็จะเป็นสนามเหย้าต้อนรับ ฟินแลนด์ในเกมคัดบอลโลกวันที่ 24 มี.ค. และ เซนต เจมส์ ปาร์ค ของนิวคาสเซิ่ล จะได้จัดในเกมหวดกับแอลเบเนีย ในเดือนก.ย. และนอกจากนี้ก็ยังมี เอลแลนด์ โร้ด ของลีดส์ ยูไนเต็ด, ไวท์ ฮาร์ท เลน ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ไพรด์ ปาร์ค ของดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่จะเป็นสนามรอง รับการเตะกระชับมิตรของทีมชาติอังกฤษจนกว่า เวมบลีย์ โฉมใหม่จะเปิดตัวด้วย

ดอน ฮัทชิสันทรรศนะ ซันเดอร์แลนด์

หน้าใหม่ที่มาแรงมากทีมหนึ่งในพรีเมียร์ชิพช่วงสองฤดูกาลนี้ทรรศนะบอลซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทีมแบล็คแค็ตก้าวขึ้นมา โดดเด่นเคียงข้างกับบรรดาทีมยักษ์ ใหญ่ในระดับหัวแถวก็เพราะว่าพวกเขามีนักเตะกองกลางที่ครบเครื่องอย่าง ดอน ฮัทชิสันคอยช่วยบงการเกมอยู่

เป็นไปตามสุภาษิตที่ว่า น้ำพึ่งเรือเสือก็ตองพึ่งป่าเพราะว่าทั้งฟอร์มการเล่นของซันเดอร์แลนด์และ ฮัทชิสันดูจะโดดเด่นควบคู่กันไปนับตั้ง แต่เริ่มดันฤดูกาลเป็นด้นมาซึ่งเรื่องนี้ เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจเล่าสู่กันฟังว่า

” ก่อนที่เราจะมาพลาดท่า เสียทีให้กับแมนฯยูไนเต็ดเราไม่เคยเสียทีให้กับใครในบ้านมาก่อนเลยซึ่ง ถือว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ และแฟนบอลของพวกเราก็ดูจะเป็น ปลื้มกันมากทีเดียวส่วนในการเผชิญหน้ากับแชมป์เก่านั้นถึงแม้ว่าเราจะ เป็นฝ่ายแพ้แต่ว่าแฟนบอลก็ดูจะชื่น ชอบการเล่นของเรากันมากทีเดียวผม คิดว่าใครที่ได้ดูเกมนัดนี้แล้วคงจะต้อง เห็นด้วยกับเรื่องที่ว่าเราโชคร้ายที่เป็น ฝ่ายแพ้ไปในเกมนั้น

“ผมเห็นว่าเพื่อนร่วมทีม ทุกคนมีความสามารถสูงมากและที่ผมรู้สึกพึงพอใจมากที่สุดก็คือทีมของเรา ดูจะเล่นดีขึ้นเรื่อยๆในทุกๆสัปดาห์ เราเป็นทีมที่กระหายในชัยชนะผู้เล่นทั้งสิบเอ็ดคนที่ถูกส่งลงไปเล่นนั้นล้วน แล้วแต่ใจสู้ชนิดเกินร้อยด้วยกันทั้งนั้น” ฮัทชิสันได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะที่มีทักษะสูงคนหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมีจุดอ่อนเหมือน กับนักเตะซูเปอร์สตาร์หลายๆคนนั้นก็ คือเรื่องการควบคุมอารมณ์โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกับการเถียงผู้ตัดสินที่ดูจะเป็น บุคลิกประจำตัวของนักเตะเลือดสก็อตรายนี้ไปเสียแล้ว

เจ้าตัวชี้แจงเรื่องนี้ให้ฟังว่า” ผมคิดว่าผู้เล่นทุกคนหวังให้ผู้ตัดสินมี ความเป็นมืออาชีพมากกว่าที่เป็นอยู่ด้วยกันทั้งนั้นเราอยากให้พวกเขาหันมาจับงานผู้ตัดสินอย่างเต็มตัวโดยมี การฝึกฝนเป็นประจำทุกสัปดาห์เหมือน กับพวกเรา

“เราอยากให้พวกเขาสามารถชี้แจงกฎกติกาใหม่ให้พวกเราได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งซึ่งถ้าหากว่า พวกเขาสามารถทำให้พวกเราได้เข้าใจ อย่างกระจ่างแล้วก็เชื่อมั่นว่าผู้เล่นจะ ต้องให้การเคารพและเชื่อฟังผู้ตัดสินอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าบางทีพวกเขาก็ ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าการที่นักเตะโดน พวกเขาลงโทษแต่ละครั้งนั้นจะได้รับ ผลกระทบมากมายขนาดไหนยก ตัวอย่างเช่นผู้เล่นที่โดนตัดสินลงโทษ ให้ได้รับใบเหลืองหรือว่าใบแดงนั้น อาจจะทำให้เขาต้องสูญเสียรายใดไป ทั้งสัปดาห์เลยทีเดียวถ้าหากว่าต้นสังกัดของพวกเขามนโยบายปรับหนัก ดังนั้นนักเตะจึงมีความรู้สึกที่แย่กับผู้ตัดสินเอามาก ๆถ้าหากว่าถูกตัดสินว่าผิดแบบไม่เป็นธรรม”

อย่างในเกมกับแมนฯยูไนเต็ด นั้นฮัทชิสันโดนใบเหลืองจากการที่เขา เตะลูกฟรีคิกเร็วซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิทธิที่ ผู้เล่นจะทำได้แต่ผู้ตัดสินกับมองว่า เป็นการทำผิดกฎ

” ผมมักจะเล่นฟรีคิกเร็ว แบบนี้เสมอซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีใคร ว่าอะไรแต่คราวนี้ผมกลับโดดเล่นงานตัวนั้นคราวต่อไปผมคงจะต้องระมัดระวังให้ มากขึ้นถ้าหากว่าการกระทำตังกล่าว ถือว่าเป็นการผิดกติกา

” แต่ผมมีความรู้สึกที่แย่ มากกับการที่ได้รับใบเหลืองในลักษณะนี้ ผมว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเกมนั้น เราแข่งกับยูไนเต็ดก็เป็นได้แต่อย่างไร ก็ตามผมก็ยอมรับว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญหน้ามาแต่ถึงกระนั้นผมก็ยังคิดว่าการเสมอกันน่าจะ เป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรมกับพวกเรามากกว่า”

แม้ว่าตอนนี้เขาจะไปได้ สวยกับทีมแบล็คแค็ตแล้วแต่เขาก็ ยอมรับว่าในช่วงแรกที่เขาเข้ามาใช้ ชีวิตใหม่ในถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์นั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่สร้างความกดดันให้ กับเขาไม่น้อยเลย

“ผมคิดว่ากำลังใจจากแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผม สามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆมาได้

สำเร็จผมคิดว่านัดที่พวกเขาดีใจกัน มากที่สุดก็คงจะเป็นนัดที่เราสามารถเอาชนะนิวคาสเซิ่ลได้ส่วนนัดที่แย่ที่สุด สำหรับพวกเขาก็เห็นจะเป็นเกมที่เรา เสียท่าให้กับยูไนเต็ดในบ้านนี่แหละแต่อย่างไรก็ตามผมมั่นใจว่าเราจะต้อง สามารถเอาชนะพวกเขาได้แน่ในไม่ช้านี้เพราะตอนนี้เราก็ไม่ได้เป็นรองพวกเขาเท่าไหร่แล้วผมมั่นใจ”

และในเมื่อทีมสามารถทำอันดับไต่ขึ้นมาเกาะอยู่ในระดับหัวแถว ได้แบบนี้แล้วแน่นอนว่าเดอะ ดอน ต้องมีความเชื่อมั่นว่าซันเดอร์แลนด์จะ ได้ไปวาดลวดลายในฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

” ทำไมพวกเราถึงจะไม่มีสิทธิไปเล่นฟุตบอลยุโรป? ตอนนี้เราก็ขึ้นมาอยู่ใน ระดับหัวแถวแล้ว และฟอร์มการเล่นของ เราก็ไม่ได้ เป็นรองทีมอื่นๆแต่อย่างใดทำให้ผมมั่นใจถึง ขั้นที่ว่าเราจะสามารถได้สิทธิไปเล่นใน แชมเปียนส์ ลีกได้เลยทีเดียวซึ่งสิ่งนี้คือเป้าหมายอันสูงสุดของพวกเรา ในฤดูกาลนี้”

ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า ทีมมักจะเล่นได้ดีในช่วงครึ่งเวลาหลัง นั้นดอนได้แสดงความเห็นด้วยว่า” ผม ว่าเป็นการวิจารณ์ที่ถูกต้องทีเดียวโดย เฉพาะอย่างยิ่งกับในช่วงสองสามเกมที่ผ่านมาของเราแต่ว่าก็ต้องชมผู้จัดการ ทีมของเราที่เขาสามารถแก้ไขจุดบกพร่องของเราได้ถูกจุดทำให้เราเล่นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในครึ่งเวลาหลัง

” แต่เมื่อมองภาพโดยรวม แล้วผมคิดว่าเราก็สามารถครองเกมได้ ตลอดทั้งเกมนั่นแหละแต่อย่างไรก็ตามคุณก็ต้องยอมรับกันว่าเกมในพรีเมียร์ชิพนั้นเป็นเกมที่สูสีกันมากตัง นั้นคงจะไม่มีฝ่ายใดที่เหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดหรอก

“ผมคิดว่าแฟนบอลของเราก็คงจะไม่พึงพอใจแน่ถ้าหากว่าเรา เล่นดีในครึ่งเวลาแรกและไปป้อแป้เอาในช่วงครึ่งหลังเพราะว่าเร่งโหมไปจนหมดแรงตั้งแต่แรก”

ฮัทชิสันไม่เห็นด้วยกับนัก วิจารณ์ที่บอกว่าพรีเมียร์ชิพอ่อนลง กว่าเดิมจึงทำให้แมนฯยูไนเต็ดทำคะแนนทิ้งห่างทีมอื่นๆมากเสียจนไม่มีใครที่จะไล่ตามได้ทัน

” ผมคิดว่าพวกนักวิจารณ์ ทางทีวิทั้งหลายดูจะประเมินค่าของแมนฯยูไนเต็ดต่ำจนเกินไปในขณะ เดียวกันพวกเขาก็มองข้าม ทีมอย่างอาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูลหรือว่าพวกเราไปด้วย โดยผมยังมีความคิดว่าทีม เหล่านี้ยังคง เป็นทีมชั้น ยอดอย่าเหมือนเดิม

“แต่ก็ต้องยอมรับว่าบรรดา ทีมที่อยู่ตากว่าครึ่งตารางลงมานั้นดูจะ ลดความเข้าเข้มข้นลงไปเยอะดูได้จาก การที่บรรดาทีมที่ต้องมาดิ้นรนหนีตกชั้นนั้นก็ดูจะเป็นทีมหน้าเดิม ๆทั้งนั้น”

สิ่งที่บิ๊กดอนประทับใจในทีมชุดนี้มากที่สุดก็คงจะเป็นสปิริตอันสูงส่งของทีมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ ทำให้แฟนบอลพึงพอใจในทีมชุดนี้ของ พวกเขาอย่างมาก

” แฟนบอลรู้ดีว่าผมจะให้ ทุกๆอย่างกับทีมในทุกาครั้งที่ผมลงสนามผมจะได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางทางฝั่งขวาอยู่บ่อย ๆในระยะหลัง ๆซึ่งผมก็รู้สึกพึงพอใจเพราะอย่างน้อย ผมก็ยังได้มีส่วนร่วมอยู่กับทีม

” ผมคิดว่าเจ้านายรู้ดีว่าเขาควรจะทำอะไรกับทีมของเขาโดย เฉพาะอย่างยิ่งกับผมโดยเขาทำให้ผมกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในฤดูกาลนี้เช่น เดียวกันกับเกวิน แม็คแคนน์ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้เด่นอีกครั้งหลังจากหาย เจ็บกลับมาส่วนอเล็ก เร, วาร์ด้าและ แคร็ดด็อกก็จัดเป็นนักเตะใหม่ที่เล่นได้ดีมากในตอนนี้

” แต่ในยามใดที่เราไม่มี บิ๊ก ควินนี่ทีมก็ดูจะขาดหายอะไรบางอย่างไปเนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นแกนหลักของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก ว่าเขาได้เล่นเคียงข้างกับเควิน ฟิลลิปล์ ก็จะยิ่งโดดเด่นมากยิ่งขึ้น”

แม้ว่าจะจัดเป็นนักเตะ สไตล์บู๊ล้างผลาญในยามที่สวมสตั๊ดลงสนามแต่เวลาที่เขาอยู่กับครอบครัวกับลูกชายชื่อแม็กซ์แล้วฮัทชิสันจัดว่าเป็นพ่อที่น่ารักและอ่อนโยนมากคนหนึ่งทีเดียว

“ผมรักการเป็นพ่อดังนั้นผม จึงมีความสุขมากที่ได้เลี้ยงดูแม็กซ์ผมคิดว่าการมีลูกจะทำให้ชีวิตของเรา เปลี่ยนไปแด่ผมขอยืนยันกับแฟน ๆว่า ผมจะยังห้าวเหมือนเดิมในยามที่ลงสนาม”

หลังจากที่มาใช้ชีวิตใหม่ กับซันเดอร์แลนด์จน๓อบจะครบฤดู กาลแล้วทำให้ฮัทชิสันมั่นใจว่าเขา ตัดสินใจไม่ผิดทีเลือกมาอยู่กับทีมดังทางตอนเหนือทีมนี้

“ผมคิดว่าไม่มีที่แห่งไหน จะให้การหนุนหลังผมได้มากกว่าที่นี่ อีกแล้วทำให้ผมมีความมั่นใจในตัวของ ปีเตอร์ รีดและก็บอร์ดบริหารของที่นี่ มากดังนั้นถ้าหากว่าสัญญาของผมหมดลงเมื่อไหร่ผมก็จะต้องพิจารณา ข้อเสนอใหม่ของพวกเขาอย่างแน่นอน และที่สำคัญคือผมจะต้องพาทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้สักรายการกับพวกเขา”

ชาลร์ลตัน แอธเลติก ดาบเดี่ยว เฮี้ยวกว่าเดิม!

“ดิ แอดดิ้กส์” ชาร์ลตัน เป็น 1 ใน 3 ทีมของพรีเมียร์ชิพ ร่วมกับ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ และอิปสวิช ทาวน์ ที่ไม่มีผู้เล่นย้ายออกไปในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไม่น่าเชื่อ

ดิ มาเรีย

แต่ถ้ามองกันในแง่ดีแล้ว นั่นแสดงให้เห็น ว่าเคอร์บิชลี่ย์ สามารถซื้อใจลูกทีมได้ทุกคน หมายความว่านักเตะชาร์ลตันทุกคนไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง พร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีมเข้าทำนองที่ว่า”เฮก็เฮด้วยกันจะเศร้าจะตกชั้นก็กอดคอตกไปด้วยกัน” อะไรเช่นนี้

ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คงไม่ต้องพูดถึงทีมสปีริตของชาร์ลตันให้เมื่อยปาก พวกเขามีเกิน 100 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่า ในการใช้ชีวิตใหม่ ในศึกพรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้

ชาร์ลตันซื้อผู้เล่นที่น่าสนใจเข้ามาเสริมทีม ในช่วงปิดซีซั่นที่ผ่านมาเป็นจำนวน 3 คน อันได้แก่ โจนาธาน โยฮันส์สัน หัวหอกชาวฟินแลนด์ ที่คว้า มาจากกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ด้วยค่าตัว 3.75 ล้าน ปอนด์ หรือประมาณ 225 ล้านบาท, เคลาส์ เจนเซ่น มิดฟิลด์ชาวเดนิช จากโบลตัน 4 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 240 ล้านบาท และที่เซอร์Iพรส์ที่สุด น่าจะเป็นคารม บาเกรี่ กองกลางฝีเท้าจัดทีมชาติ อิหร่าน ที่มาจากสโมสรเปอร์เซโปลิส ด้วยราคาสุดถูกเพียง 400,000 ปอนด์ หรือประมาณ 24 ล้านบาทเท่านั้น

นับว่าเป็นการเสริมทีมที่ใช่ได้ทีเดียว เมื่อมารวมกับผู้เล่นตัวหลัก ๆ ที่ซื่อสัตย์ร่วมหัวจมท้าย อยู่กับสโมสรมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ในพรีเมียร์ชิพ หรือหล่นชั้นไปดิวิชั่น 1 อย่าง มาร์ค คน เซลลำ จอมทัพทีมชาติไอร์แลนด์, จอห์น โรบิน สัน มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ ก็คงเพียงพอที่จะทำให้ ชาร์ลตันไม่ต้องบ้าย บาย ลีกสูงสุดของประเทศไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง

อลัน เคอร์บิชลี่ย์

ผู้จัดการทีม : อลัน เคอร์บิชลี่ย์

เคอร์บิชลี่ย์ถือว่าเป็นผู้จัดการทีมฝีมือดีคนหนึ่งในยุทรจักรลูกหนังอังกฤษ เพียงแต่อาภัพในเรื่องทุนรอนไปนิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่ อย่างใด เนื่องจากทีมดาบอัศวินไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถัง อะไรที่ไหน ทว่าฝีมือในการคุมทีมของเขานั้นถือว่า จัดจ้านทีเดียว ซึ่งตรงกันข้ามกับฐานะของสโมสร อย่างสิ้นเชิง ผลงานการนำชาร์ลตันหวนคืนสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง สื่อสิ่งที่พิสูจน์ความสามารถของเขาได้ เป็นอย่างดี นอกจากนี้เขายังได้รับการคาดหมายว่า จะก้าวขึ้นมาขี่หลังทีมสิงโต 3 ตัว ต่อจาก “คิง เคฟ” เควิน คีแกน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบันอีก ต่างหากด้วย

ระบบการเล่น : คงไม่มีใครเถียงว่าชาร์ล ตัน คือทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าดูทีมหนึ่ง คือ หมายความว่าพวกเขาเน้นเกมรุกเป็นหลัก ทว่าแนว รับก็ถือว่าแข็งแกร่งไม่ใช่เล่น มิเช่นนั้นคงจะไม่ได้เป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 อังกฤษ ที่หวดกัน๓อบครึ่งร้อยนัด อย่างแน่นอน ส่วนระบบการเล่นที่พวกเขาใช้ห้ำหั่น กับคู่คือต่อสู้ก็คือ 4-4-2 อันเป็นสูตรมาตรฐาน ISO 9002 นั่นเอง

เหตุการณ์สำคัญเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา : ประตูชัยที่ฟุงออกมาจากปลายเท้าของจอห์นโรบินสัน ดาวเตะตัวเก่งดีกรทีมชาติเวลส์ ในเกมที่พบกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์นั่นเอง ซึ่งประตูตังกล่าวช่วยให้ชาร์ล ตันขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในตาราง ด.1 เมืองผู้ดีทันที ขณะเดียวกันก็เป็นการดีดทีมซิโกไห้จมปลักอยู่ในดิวิชั่น 1 ต่อไป

ช่วงเวลาที่น่าจดจำ : ถึงแม้ว่าจะมีผลงานในเกมฟุตบอลถ้วยที่ดีพอสมควร เมื่อสามารถปราบได้ทั้งโคเวนทรี, แบล๊คเบิร์นและฮัดเดอร์สฟิลด์ รวมไปถึงการบุกไปเอาชนะคริสตัล พาเลซ ได้ถึงรัง เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถเทียบได้ กับการที่ทีมได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสูดอากาศในลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งแม้แต่น้อย

ช่วงเวลาที่น่าลืม : หลังจากทำสถิติสวยหรู ชนะรวด 12 นัด พวกเขาก็ต้องพบกับเรื่องน่าเศร้าบาง เมื่อชาร์ลตันแพ้พลิกล็อกต่อสวินดอน ทีมบ๊วยของตารางไป 0-1 จากความผิดพลาดของดีน คีลี่ย์ นายประตูตัวเก่งที่เฟอะฟะทำเขาประตูตัวเอง

ประตูยอดเยี่ยม : ลูกยิงไกล 25 หลา ของจอห์น โรบินสัน ในเกมที่ชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ ซึ่งประตูตังกล่าวถือว่าเป็นประตูแห่งการเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมของทั้ง 2 ทีมเลยก็ว่าได้ เมื่อชาร์ลตัน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงและได้เลื่อนชั้นในที่สุด ขณะที่ ทีมซิโก้ก็จำต้องทนเล่นในศึกเนชั่นไวด์ต่อไปอีกปี

ประตูที่น่าสยดสยอง : ลูกฟรีคิกปลิดวิญญาณของจิม เมจิลตัน ในเกมที่พวกเขาพบกับ “ม้าขาว” อัปสวิช ทาวน์ เช่นเดียวกับประตูชัยของไอเดอร์ กัดยอห์นเซ่น ดาวยิงทีมชาติไอซ์แลนด์ ใน เกมฟุตบอลถ้วยที่เผชิญหน้ากับโบลตัน

นักเตะที่ไม่อยากเจออีก : ไอเดอร์ กัดยอห์นเซ่น และ เพอร์ ฟรานด์เซ่น ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กของโบลตัน เช่นเดียวกับ ดาร์เรน บาร์นาร์ด และ ริชาร์ด สนัคส์ ของเวสด์บรอมวิช อัลเบี้ยนสำหรับความน่ากลัวของดาวยิงไอซ์แลนด์นั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เพราะอะไรเชลซีถึงอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีมมากมายขนาดนั้น

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล : ถึงแม้ว่าแฟนบอลส่วนใหญ่จะลงความเห็นให้กับผู้เล่น ทุกคนในทีม ทว่าคนที่โดดเด่นเกินห้ามใจ ไม่น่าจะเป็นใครอื่นนอกจาก ริชาร์ต รูฟัส กองหลังจอมแกร่ง ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมทีเดียวเมื่อฤดูกาลก่อน และก็หวังว่าเขาคงจะทำได้แบบเดิมในพรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้

นักเตะที่น่าจับตามอง : สก๊อตต์ ปาร์คเกอร์ ถ้าหมอนี่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างเป็นจริงเป็นจังละก็ รับรองได้เลยว่ามีอะไรดีๆ มาให้ดูกันแน่